วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การจัดดอกไม้งานแต่ง

ไอเดียในการจัดดอกไม้งานแต่ง

2

        พิธีแต่งงานถือเป็นพิธีร่วมสาบานของชายและหญิง ในการตกลงปลงใจว่าจะร่วมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่บนเส้นทางสายเดียวกัน และสำหรับการเตรียมงานแต่งงานนอกเหนือจากการ์ดเชิญ ของชำร่วย ชุดแต่งงานแล้ว การตกแต่งสถานที่จัดงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น เราจึงขอนำเสนอสิ่งที่ทุกคนต้องมีในงานแต่งงาน นั่นก็คือ ทางเดินเปิดตัวคู่บ่าวสาว ส่วนจะประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลยจ้า

การจัดทางเดินเปิดตัวคู่บ่าวสาวจะต้องจัดเป็นแนวเรียงกันจากใกล้ไปไกล ซึ่งส่วนประกอบก็ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนมาก โดยการตกแต่งทางเดินมีหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าเป็นทางเดินทรงสูง, ทางเดินกรงนก, ทางเดินแจกัน และทางเดินผ้าขาว หรือจะมีการประยุกต์สิ่งของอื่นมาใช้ตกแต่งงานด้วยก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งมีส่วนประกอบ ดังนี้

อันดับแรกส่วนเริ่มทางเดิน บริเวณนี้เป็นที่เริ่มเดินบนพรม รวมทั้งเป็นด่านแรกที่แขกทุกคนต้องเห็นเมื่อเดินเข้ามาในงาน จึงต้องเริ่มจัดแจกันเป็นเสาต้นแรก ซึ่งเสาต้นนี้อาจจะมีการจัดขนาดใหญ่กว่าช่ออื่น ๆ เพื่อที่จะได้ดูสวยงาม ตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาในงาน ส่วนดอกไม้ที่นำมาจัดก็เป็นโทนสีดอกไม้ที่อ้างอิงจากฉากแต่งงาน ให้เป็นโทนสีที่เท่ากันหรืออ่อนกว่า เพื่อจะได้ไม่ไปแย่งซีนฉากแต่งงานที่เป็นไฮไลท์ของงานมากเกินไป อีกทั้งดอกไม้ที่นิยมใช้ในการจัดซุ้มแจกันทางเดิน คือ ดอกกุหลาบ, กล้วยไม้, เบญจมาศ และอาจจะมีการประดับเพิ่มด้วยใบไม้ใหญ่หรือริบบิ้นสีหวาน

ส่วนที่สองเป็นส่วนของทางเดิน ซึ่งทางเดินในที่นี้ขึ้นอยู่กับบ่าวสาวว่าต้องการปูพรมหรือไม่ และต้องคำนึงถึงสีของธีมงานที่ใช้ว่าจะเป็นโทนสีไหน เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วจะปูด้วยพรมสีแดง หรือต้องการโปรยดอกไม้เป็นทางเดิน หรือจะให้เด็กที่เดินนำทางเจ้าสาวมา ค่อย ๆ โปรยทีละนิดตอนเดินเข้ามาก็สามารถทำได้เช่นกัน และโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ดอกไม้ ราคาไม่แพง เน้นปริมาณมากหน่อย เช่น ดอกเบญจมาศ, ดอกดาวเรือง, ดอกบัว เป็นต้น

ขณะที่ริมทางเดินจะเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับทางเดินเปิดตัวเจ้าบ่าวสาว เพราะในส่วนนี้จะมีการจัดแจกันดอกไม้เป็นเสา ๆ โดยจะจัดใส่ในแจกันหรือห่อโอเอซิสเป็นก้อนกลม แล้วจัดวางบนเสายาวไปจนถึงด้านฉากแต่งงาน ในระหว่างเสาอาจจะใช้ผ้า ดอกไม้ร้อยเป็นเส้นยาว หรือริบบิ้นมาผูกหย่อน ๆ ก็ดูสวยงามเช่นกัน เรียงเป็นแนวยาวลึกเข้าไป โดยความยาวของทางเดินนั้น คู่บ่าวสาวจะต้องเป็นคนกำหนดเอง เพราะบริเวณริมทางเดินก็จะเรียงเก้าอี้ของแขกที่มาร่วมงาน หรือ เป็นการจัดโต๊ะจีนเรียง แต่เว้นช่องว่างตรงกลางให้ใหญ่ เพื่อทำไว้จัดทางเดินเปิดตัวบ่าวสาว ทั้งนี้ ความยาวของทางเดินนั้นอาจจะอยู่ที่ว่าเชิญแขกมาร่วมงานมากน้อยเท่าไหร่ ซึ่งการจัดดอกไม้ในโซนนี้จะใช้แจกันดอกไม้ช่อแรกตอนเริ่มทางเดินเป็นต้นแบ

ส่วนสุดท้าย คือ ส่วนสิ้นสุดทางเดิน ซึ่งจะสิ้นสุดบริเวณด้านหน้า ก็คือ ฉากแต่งงาน ที่ใช้สำหรับพิธีแต่งงานในลำดับอื่น ๆ ต่อไป บริเวณนี้อาจจัดเป็นดอกไม้สีโทนอ่อน เพื่อจะส่งให้ส่วนให้ฉากแต่งงานดูโดดเด่นขึ้น

การจัดดอกไม้ฉากหลังซุ้มแต่งงาน

การจัดดอกไม้ฉากหลังซุ้มแต่งงาน

22

     ในงานแต่งงาน “ดอกไม้” ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้ภายในงานดูสดชื่นและหวานขึ้น โดยเฉพาะกับซุ้มดอกไม้ หรือฉากพื้นหลังที่ใช้สำหรับยืนต้อนรับแขกและร่วมถ่ายภาพความประทับใจ ก็คงหนีไม่พ้นฉากแต่งงานก็เป็นส่วนสำคัญในการแต่งงาน เพราะเปรียบเหมือนจุดที่รวมทุกคนที่มาร่วมงาน แต่จะจัดฉากแต่งงานด้วยดอกไม้สดอย่างไรให้ดูสวย สดชื่น รวมถึงไม่แย่งซีนกันจนเกินไป วันนี้เราเลยนำเอาหลักในการจัดดอกไม้นำมาฝากค่ะ

ส่วนใหญ่แล้วฉากแต่งงานที่จัดดอกไม้ด้วยดอกไม้สดนั้น จะไม่ใช้ดอกไม้ในการจัดบริเวณด้านฉากหลัง เหมือนการจัดดอกไม้แบบสามมิติ แต่จะจัดบริเวณด้านบนสุดและด้านข้างเท่านั้น ทั้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองจนเกินไป โดยฉากหลังจะเน้นใช้ผ้าหรือใบไม้สีเขียว อาทิ ใบตอง, ใบบัว, ต้นกก และใบเฟิร์น เป็นต้น

ขณะที่ดอกไม้ยอดนิยมที่นำมาจัด ก็คือ ดอกกุหลาบ, กล้วยไม้, เยอบีร่า, ดอกเบญจมาศ และดอกลิลลี่ ฯลฯ และสีของดอกไม้จะไม่นิยมจัดดอกไม้สีเดียวกันเหมือนกัน แต่จะเป็นการสลับดอกไม้สีใกล้เคียงกัน โดยจะเลือกดอกไม้ที่เป็นโทนสีที่ต้องการมาเป็นสีหลัก และเลือกดอกไม้สีอ่อนมาจัดเป็นดอกไม้โทนสีพื้น เพื่อให้มีความโดดเด่นและหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น

ธีมงานแต่งงานเป็นสีสดใส : ดอกไม้สีส้มและสีแดง แซมด้วยดอกไม้สีขาวและสีเหลืองเป็นพื้น จะทำให้ดอกไม้สีเข้มอย่างสีแดงและสีส้มดูโดดเด่นขึ้น อีกทั้งยังปรับให้โทนสีดอกไม้ดูไม่แรงจนเกินไป

ธีมงานแต่งงานเป็นโทนสีหวาน : ดอกไม้สีบานเย็นและสีชมพู ควรจัดแซมด้วยดอกไม้สีชมพูอ่อน ดอกไม้สีขาว และดอกไม้สีม่วงอ่อน โดยดอกไม้โทนสีอ่อนจะช่วยให้ดอกไม้สีชมพูดูโดดเด่นขึ้น

ธีมงานแต่งงานโทนขาวบริสุทธิ์ : ดอกไม้สีขาวควรจัดแซมด้วยดอกไม้สีเขียว เพื่อให้สีเขียวเป็นพื้นให้ดอกไม้สีขาวดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในการจัดดอกไม้แต่ละครั้ง ในฉากแต่งงานอาจมีเพิ่มเครื่องประดับอื่นเข้าไปด้วยก็สามารถทำได้ เช่น ลูกบอลสีเงิน , สร้อยคริสตัล, กิ่งไม้, ผลไม้สด หรือจะเป็นดอกไม้ที่ร้อยเป็นเส้นยาว ๆ อย่างดอกรัก ดอกมะลิ เพื่อเพิ่มความสวยให้ดูแปลกตามากยิ่งขึ้นค่ะ และยังถือเป็นการประยุกต์การจัดดอกไม้อีกด้วยค่ะ

การจัดช่อบูเก้กุหลาบ

การจัดช่อบูเก้กุหลาบ

12



นอกจากเครื่องประดับต่าง ๆ แล้ว ดูเหมือนว่า ช่อบูเก้เจ้าสาว จะเป็นอีกหนึ่งแอคเซสเซอรี่ที่สำคัญไม่น้อย เพราะนอกจากจะใช้ถือเข้าร่วมพิธีแล้ว ยังใช้โยนให้กับบรรดาสาวโสดตามธรรมเนียมประเพณีการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว กับความเชื่อที่ว่า หากสาวโสดสามารถรับช่อบูเก้เจ้าสาวได้จะกลายเป็นเจ้าสาวคนต่อไปด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นพิธีแต่งงานของชาวตะวันตก แต่เจ้าสาวชาวไทยกลับนิยมชมชอบไม่น้อย

เพราะฉะนั้น ช่อบูเก้เจ้าสาว จึงต้องคัดสรรกันซะน้อย ซึ่งอันดับแรกต้องเลือกให้เข้ากันดีกับชุดเจ้าสาว และควรคำนึงถึงธีมของงานแต่งงานด้วย ทางที่ดีเลือกช่อที่มีสีสันสดใสพอประมาณจะดีกว่า และหากชุดเจ้าสาวมีรายละเอียดมากพอแล้ว ก็ให้เลือกช่อดอกไม้สีเรียบ ๆ แต่ถ้าเป็นชุดเจ้าสาวเรียบ ๆ ก็สามารถเลือกช่อบูเก้ดีไซน์แจ่ม ๆ ได้เลย

การจัดช่อบูเก้กุหลาบ

ด้วยจุดประสงค์ที่จะสอนจัดดอกไม้ฟรีให้กับผู้สนใจในweb :กุหลาบม่วง com. ก็มีผู้เข้ามาชมเยอะทีเดียว ขอบคุณค่ะ และถ้าจะเข้ามาพูดคุยหรือซักถามข้อสงสัยดิฉันก็ยินดี วันนี้จะสอนจัดดอกไม้ฟรีคือช่อบูเก้กุหลาบแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ และใช้ในโอกาสรับปริญญา วันเกิด เลื่อนตำแหน่ง

อุปกรณ์

1. ช่อกุหลาบขาว 1ช่อ ที่ร้านจะเรียกช่อบู๊ท ประกอบด้วยกุหลาบ ดอกแซมและใบ

2. กระดาษสาม้วนสีแดงมารูน(แดงเข้ม)

3. ริบบิ้นสีแดงสีเขียว เส้นมุก (ทำเป็นช่อโบว์ สอนวิธีทำครั้งที่แล้ว)

4. กระดาษฟอย

5. สก็อตเทป กรรไกร ปืนกาวและกาวเทียน

6. ไม้ตะเกียบ2อัน

วิธีจัด

1. นำช่อกุหลาบ ไม้ตะเกียบมามัดติดกันด้วยลวดหรือสก็อตเทปให้แน่นเพื่อต่อก้านให้ยาว

2. ตัดกระดาษสายาว 37 ซม. กว้าง 50 ซม. จำนวน 4 แผ่น ในแต่ละแผ่นพับครึ่งลงมาจะได้ขนาด 25×37 ซม. จับจีบแบบพัดใช้สก็อตเทปพันให้แน่น จากนั้นพับขอบกระดาษด้านข้างเข้าไปข้างในทั้ง 2 ข้าง แล้วตรงใกล้รอยจีบดันกระดาษให้เป็นกระพุ่ม ทำทั้ง 4อัน

3. นำกระดาษชิ้นแรกมาติดเข้าไปในช่อ พันสก็อตเทปให้แน่น

4. นำกระดาษชิ้นที่ 2 มาซ้อนลงให้เหลื่อมพอประมาณกับชิ้นที่ 1 นำชิ้นท่ี 3และ 4 วางเหลื่อมกันจนพันรอบช่อดอกไม้

5. นำกระดาษฟอยมาปิดรอยกระดาษสาและตะเกียบ พันสก็อตเทปให้แน่น

6. ตัดกระดาษสายาว25ซม. พับลงมาให้เหลื่อมตามภาพ นำมาห่อปิดกระดาษฟอยอีกที ใช้ปืนกาวปิดรอยต่อให้แน่น

7. นำดอกโบว์ที่ทำเรียบร้อยแล้วมามัดที่โคนช่อดอกไม้ให้แน่น

เป็นไงคะเป็นวิธีการจัดแบบง่าย ๆ ลองทำดูนะคะ. และเพิ่มความเรียบร้อยรัดกุมอีกทีโดยใช้ปืนกาวยิงที่กระดาษสาที่ห่อหุ้มช่อให้ติดแน่น หรือใช้ Max ติดก็ได้ จบค่ะ สอนจัดดอกไม้ฟรี จัดดอกไม้ฟรี และจัดดอกไม้ฟรีด้วยและเพื่อให้ทันสมัยกับยุคของแพง ครั้งหน้างดสอนดอกไม้ฟรีก่อน เปลี่ยนมาเป็นสอนการเพาะถั่วงอกไว้กินเองที่บ้านแบบง่ายๆ พร้อมแถมสูตรก๊วยเตี๋ยวผัดไทย แสนอร่อยจากสูตรครัวไทยสู่ครัวโลก

112

  

เซ็นเตอร์พีซของประดับที่ช่วยให้บรรยากาศภายในงานแต่งสดชื่น เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และมีสีสันมากขึ้นเยอะเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะนำดอกไม้นานาชนิดมาจัดแต่งเอาไว้บนแจกัน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างและจุดเด่นให้กับงานแต่งงาน เราก็เลยนำขั้นตอนการทำเซ็นเตอร์พีซแบบง่าย ๆ จากเว็บไซต์มาฝากกัน เชื่อว่าผักผลไม้เหล่านี้จะช่วยให้แขกประทับใจ แถมบ่าวสาวยังจะจดจำไปอีกนานแสนเลยทีเดียว

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

สับปะรดหรือผลไม้อื่น ๆ อย่างเช่น แตงโม แตงไทย แคนตาลูป หรือเมลอน เป็นต้น

ดอกไม้หลากสีสัน

ฟลอร่าโฟม (โอเอซิส)

แก้วทรงกระบอกขนาดเล็ก

กรรไกร

มีด

วิธีทำ

1. ฝานหัวของสับปะรดหรือผลไม้ที่ต้องการออก พร้อมกับตัดแต่งผิวด้านบนให้เรียบเสมอกันทั่วทั้งหมด

2. ใช้มีดปลายแหลมคว้านเนื้อหรือแกนของผลไม้ออกมา ขนาดความกว้างของเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ทั้งนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผลไม้ที่นำมาใช้ เพื่อทำช่องว่างสำหรับใส่แก้ว

3. ตัดแต่งฟลอร่าโฟมให้พอดีกับขนาดของแก้ว

4. นำฟลอร่าโฟมใส่ลงไปในแก้ว

5. จากนั้นนำแก้วสอดเข้าไปตรงกลางของเนื้อผลไม้

6. เทน้ำเปล่าลงไปฟลอร่าโฟมให้ชุ่มพอประมาณก่อนจะดอกไม้มาปักลงไป

7. จัดแต่งเหล่าดอกไม้ให้สวยงาม

ใครจะเชื่อว่าเหล่าผักผลไม้ที่นำมารับประทานกันอยู่ทุกฤดูกาล จะสามารถเนรมิตเป็นเซ็นเตอร์พีซสวย ๆ โดนใจได้ขนาดนี้ แถมยังทำได้ด้วยตัวเอง ในขณะเดียวกันสีสันและความสดใสก็ช่างเป็นใจให้งานแต่งงานครั้งนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุขและเสียงหัวเราะที่น่าประทับอีกด้วย

การจัดดอกไม้ทรงสูง

การจัดดอกไม้ทรงสูง


การจัดดอกไม้สดให้สวยงาม จำเป็นต้องคำนึงถึงลักษณะของห้อง ตำแหน่งที่จะวางประดับ รูปทรงพื้นฐาน ขนาดที่ต้องการ รวมถึงดอกไม้ที่มีอยู่
การจัดดอกไม้ทรงสูง
การจัดดอกไม้ทรงสูงจะให้ความรู้สึกมีราคาค่างวดมากกว่าดอกไม้ทรงอื่นๆ เหตุเพราะมองดูสง่าและเด่น
การจัดดอกไม้ทรงสูง คือจัดให้ดอกไม้พ้นจากขอบแจกัน สูงขึ้นด้านบน หนึ่งเท่าครึ่ง ถึงสองเท่าของความสูงของแจกัน

วิธีการจัด
ปักดอกสูงสุดก่อนหนึ่งดอก ให้มีความสูง 1 - 11/2 เท่าของความสูงแจกัน แล้วปักดอกต่อไปให้ลดหลั่นลงมาเป็นระยะ และปักแซมด้วยใบไม้และดอกไม้เสริมให้สวยงาม การจัดดอกไม้ทรงสูงอาจดัดแปลงไปใช้ภาชนะอย่างอื่นแทนแจกันก็ได้ เช่น ตะกร้า เปลือกไม้ หรือท่อนไม้จากธรรมชาติ



รูปทรงครึ่งวงพระจันทร์

การจัดดอกไม้รูปทรงครึ่งวงพระจันทร์


การจัดดอกไม้ให้ทอดก้านอ่อนโค้งเป็นวงดูคล้ายรูปทรงครึ่งวงพระจนทร์ เป็นรูปทรงคลาสสิกที่นิยมมาช้านาน ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในงานจิตรกรรมราวยุคศตวรรษที่ 16 การจัดดอกไม้รูปทรงนี้ไม่ค่อยเห็นโดยทั่วไป นอกจากงานที่เป็นพิธีการมากกว่าปกติ เมื่อเริ่มลงมือจัดผู้จัดต้องคัดเลือกดอกไม้ ใบไม้ รวมทั้งวัสดุประกอบ เช่นกิ่งไม้และอื่นๆให้มีกิ่งก้านที่งอโค้งอยู่แล้วมาใช้เพื่อง่ายต่อการกำหนดรูปทรงของอะเรนจเม้นท์ โดยการสร้างเส้นแนวหลัก ซึ่งได้ก้านที่ทอดตัวโค้งทางด้านบนและด้านล่างเท่านั้น ดอกไม้ และใบไม้อื่นไม่จำเป็นต้องอ่อนโค้งไปทุกๆก้าน เพียงแค่ปักให้ขนานไปกับเส้นแนวที่ต้องกำหนดไว้ตอนแรกก็พอ

 
      ๑. ช่อดอกไม้ในภาพ เริ่มจากใช้ดอกทิวลิป(Tulip) ที่มีก้านอ่อนโค้งมาปักทางด้านบนให้ทอดตัวเชื่อมต่อกันเป็นแนวโค้งครึ่งวงกลม หลังจากนั้นจึงปักก้านต่อๆไปให้มีขนาดสั้นเข้ามาจนถึงจุดกึ่งกลาง ซึ่งควรปักดอกที่เป็นจุดศูนย์กลางยื่นล้ำออกมาทางด้านหน้าและล้ำเลยออกไปทางด้านหลังเพื่อให้เกิดมิติและดูสมดุลย์เมื่อมองจากทุกด้าน


๒. ขั้นต่อไป ปักดอกสโนว์บอลที่เป็นดอกกลมฟูสีอ่อนๆหรือขาว ตามด้วยใบแววมยุรา และใบเฟิร์นเจ้าหญิง ใบแววมยุราจะช่วยเน้นเส้นแนวโค้งของครึ่งวงกลมให้ชัดเจนขึ้น ส่วนใบเฟิร์นเจ้าหญิงจะช่วยปกปิดส่วนที่ไม่เรียบร้อยจากสายตาคนมอง แล้วจึงแซมด้วยดอกแว็กซ์ดอกเล็กๆสีชมพู


๓. เสร็จแล้วใช้ไม้พันทับริบบิ้นซึ่งนำมาทบเป็นวงแล้วสะบัดชายไปด้านหลังเพื่อนำไปปักประดับให้ดูคล้ายโบว์ สุดท้ายปักสายมุกประดับให้ดูอ่อนหวานและมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น


จัดดอกไม้ ๓ ต้องผ่านการลองจัดของจัดดอกไม้ ๑ และ ๒ ก่อนน่ะค่ะ ไม่งั้นจะไม่เข้าใจค่ะ เพราะเขียนเคร่าๆเท่านั้นน่ะค่ะ

การจัดดอกไม้ทรงสามเหลี่ยม

การจัดดอกไม้ทรงสามเหลี่ยม




เนื่องจากมีบางทรงยังไม่ได้เรียน และช่วงนี้งดเรียนชั่วคราวค่ะ ก็เลย พยายามหาทรงที่ยังไม่ได้เรียนมาฝาก โดยลอกจากหนังสือ Basic Flower ของ คุณมุกดา ใจชื่อ ของสำนักพิมพ์แม่บ้านค่ะ
การจัดทรงพัด ในหนังสือบอกว่าเป็นแบบมีเส้นฉากหลังพุ่งออกจากจุดเดียวกัน เหมือนเส้นแกนกลางของพัด ก้านดอกไม้ที่ปักเป็นฉากจะยาวเท่ากัน และมีดอกไม้ที่มีน้ำหนักมากมาปักเป็นจุดสนใจค่ะ
เริ่มจาก1) บรรจุโอเอซิสลงภาชนะ
2)แล้วปักใบเตยเป็นแผงข้างหลัง และปักใบพัดโบกบริเวณด้านหน้าแจกัน
3)เอาดอกลิลลี่แดง(จุดสนใจ)ปักบริเวณกลางภาชนะ แต่งด้วยกุหลาบเป็นแนวตามใบเตยหอม
40ปักกุหลาบอีกแถวให้ลดหลั่นลงมาจากแถวแรก สุดท้ายก็ปักดอกแคสเปียร์เสริมเพื่อดูนุ่มนวลขึ้นอีก


                                  ข้อควรระวังในการจัด

1 อย่าปักให้ก้านขัดหรือไขว้กันไปมา
2 ปักลึกพอสมควร
3 ตัดก้านเฉียงมากๆ
4 ให้เกิดสมดุลย์ทั้งซ้ายขวา
5 ปักให้ขนานกับภาชนะ
6 ต้องมีจุดสนใจที่เด่นชัด เพื่อดึงน้ำหนักของเส้นฉากหลังให้กลมกลืน กับตัวภาชนะ
7 อย่าปักให้มองดูควำหน้าหรือหงายหลังมากเกินไป

การจัดดอกไม้ทรงพานพุ่ม

การจัดดอกไม้ทรงพานพุ่ม

     โครงการ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง” ระดับชาติ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.)ศาสตราจารย์ มณีรัตน์ จันทนะผลิน อาจารย์ประจำหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ โรงเรียนการเรือน มสด. ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า ตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา มนุษย์นิยมใช้ใบตองห่ออาหาร และขนมต่างๆ รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้มีผู้ประดิษฐ์ใบตองเพื่อความสวยงาม อาทิ กระทงบายศรี และภาชนะต่างๆ ตลอดจนการเกิดวิวัฒนาการงานฝีมืออันมีต้นกำเนิดจากพระบรมมหาราชวัง โดยการนำลูกหลานเข้าถวายตัว เพื่อขอรับการฝึกศิลปวัฒนธรรม และเริ่มมีการประกวด ประชันกันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป

“มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตมีการพัฒนาต่อเนื่องและยาวนานบนรากฐานวัฒนธรรมดั้งเดิมของความเป็นไทยภายในเขตพระราชฐาน เริ่มจากก่อตั้งเป็นโรงเรียนการเรือนแห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “โรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือน” เพื่อฝึกวิชาการเรือนสำหรับสตรี ทั้งด้านอาหาร โภชนาการ ศิลปะประดิษฐ์การตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อให้เยาวชนของชาติ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจึงได้จัดกิจรรมนี้ขึ้นเพื่อให้นิสิต นักศึกษาได้ร่วมอนุรักษ์และสืบสานมรดกอันล้ำค่าของชาติในการประดิษฐ์ใบตอง และวัสดุธรรมชาติสืบต่อไป”

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

สำหรับการประกวดระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การประกวดตกแต่งต้นเทียนพรรษา การประกวดพานพุ่มเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสพระชนมายุ 83 พรรษา และการประกวดการจัดดอกไม้แนวประณีตศิลป์ โดยมีกฎเกณฑ์การตัดสินจาก ความพร้อม รูปร่าง รูปทรง ขนาด สัดส่วน สีสัน ความประณีต ความกลมกลืน และความคิดสร้างสรรค์

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศประเภทตกแต่งต้นเทียนพรรษา ตกเป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (โชติเวช) รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 20,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 15,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

สำหรับการประกวดพานพุ่มเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 83 พรรษา รางวัลชนะเลิศตกเป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (โชติเวช) รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่พิษณุโลก รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 6,000 บาท

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

ส่วนการประกวดการจัดดอกไม้แนวประณีตศิลป์ รางวัลชนะเลิศเป็นของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ รับถ้วยรางวัลพร้อมทุนการศึกษา 6,000 บาท

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

“เราเน้นการจัดรูปทรง สีสัน และลูกเล่นจากการไล่สีดอกไม้ รวมไปถึงความหมายจากดอกไม้ที่นำมาใช้ เช่น ดอกดาวเรืองสีเหลืองที่สื่อความหมายถึงความรุ่งเรือง ดอกรัก-ดอกพุดที่เกี่ยวกับศาสนา เพื่อป้องกันการสีของใบตองและดอกไม้เปลี่ยน สำหรับเทคนิคที่สำคัญที่ทำให้งานนี้ออกมาได้อย่างสำเร็จ คือ ความชื่นชม และความสามารถของสมาชิกในทีมทั้ง 10 คน แค่เรามีฝีมือการเย็บ ร้อยดอกไม้ แล้วนำมาผสมผสานกับศิลปะของการจัดดอกไม้ก็ทำให้เกิดผลงานที่แปลกใหม่ และมีความหมายอยู่ในตัวของผลงานชิ้นนั้น”

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

ด้าน ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ อาจารย์ที่ปรึกษากล่าวเสริมว่า เด็กแต่ละคนมีฝีมือและความสามารถที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการแบ่งหน้าที่ของการทำงานให้ชัดเจนมายิ่งขึ้น “เด็กนักศึกษาบางคนชอบร้อยมาลัย บางคนชอบเย็บใบตอง เราก็จะมอบหน้าที่นั้นไป ให้ผลงานออกมาเป็นฝีมือของคนคนเดียว สิ่งที่สำคัญของการทำงานชิ้นนี้ เด็กจะต้องมีสมาธิระหว่างการทำงาน พยายามใช้ศิลปะอย่างถูกวิธี ซึ่งเรามีการเตรียมพร้อมก่อนเข้าร่วมงาน 3 วัน เย็บกลีบดอกไม้ไว้ก่อน เช่น การเย็บใบตองจะสามารถเก็บไว้ได้นาน 3 วัน และดอกไม้สด 2 วัน ใช้วิธีการห่อผ้าและนำไปแช่ตู้เย็น จะทำให้สีสดไม่เหี่ยวง่าย”

มทร.พระนคร คว้า 2 แชมป์ “เย็บร้อย ค่อยจีบ ประดิษฐ์ใบตอง”

“บิล-อรรถพล เลโหย่" นักศึกษาจากวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยถึงเทคนิคการจัดดอกไม้แนวประณีตศิลป์ว่า การจัดดอกไม้แต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นรูปแบบพานพุ่ม จัดต้นเทียนพรรษาก็ตามจะต้องมีรูปแบบและแรงบันดาลใจในการทำผลงานแต่ละครั้งเพื่อให้ผลงานออกมาอย่างมีความหมาย “เสน่ห์ของการจัดดอกไม้อยู่ที่ความสุขของผู้จัด หากไม่มีใจรักหรือชื่นชม ทำอย่างไรผลงานก็ออกมาไม่สวย ต้องรักและอยากจะทำจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็สามารถทำได้เช่นกัน จากผลงานที่เข้าประกวดจนได้รับรางวัล เราใช้ธรรมชาติในการสื่อความหมาย ความสดใสของดอกไม้ ธรรมชาติที่ใช้น้ำพุมาเป็นองค์ประกอบในการจัด รวมไปเทคนิคการจัดที่ไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะสามารถมองผลงานได้รอบด้านและสวยงาม”