วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การจัดดอกทรงโค้งนูน

จัดดอกไม้ทรงโค้งนูน
แบบแรกทรงโค้งนูนสำหรับวางบนโต๊ะประชุมหรือโต๊ะอาหารหรืออื่นๆ จะใช้ดอกกุหลาบแดงแซมด้วยดอกคัตเตอร์ ใบโปร่งฟ้า และมีใบหมากพู่ ยากเหมือนกันอะ เวลาปักให้ได้รูปโค้งและให้เป็นธรรมชาติด้วย (เหงื่อหยดเลย)
aPicture 004

แบบที่สองออกแนวน่ารัก ใช้แก้วไวน์และดอกคาร์เนชั่นสีชมพูใส่นม เราชอบแบบนี้เป็นการส่วนตัว น่ารัก

IMG_4536

เริ่มจากจัดแบบทรงโค้งนูนก่อน เตรียมดอกไม้และอุปกรณ์ ดอกกุหลาบแดง

IMG_4520

ดอกคัดเตอร์

IMG_4521

ดอกคาร์เนชั่นสำหรับจัดแบบที่สอง

IMG_4524

วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ กระดาษแก้ว ลวด สก๊อตเทป คัดเตอร์ กรรไกรตัดดอกไม้

IMG_4522

รอบนี้มีตัวช่วยฐานหมุนได้ อ่อ ใช้ใบหมากพู่และใบโปร่งฟ้าด้วยนะ

IMG_4523

มาห่อโอเอซิสที่แช่น้ำทิ้งไว้แล้วด้วยกระดาษแก้วสีแดงใส แล้วแบะ (คลี่) ออกมา

IMG_4525

ต่อไปเริ่มทำโครงสร้างให้เป็นทรงโค้งก่อน เริ่มจากงอใบหมากพู่ติดด้วยสก๊อตเทป แล้วปักลงไปสามอันตรงกลางข้างบน และใบตรงสองด้าน แบบนี้

IMG_4526

ต่อไปปักดอกกุหลาบให้เป็นโครงสร้างโค้ง ใช้ 25 ดอก นี่แหละยากสุด

IMG_4528

พอได้โครงสร้างโค้งนูนแล้ว ก็ปักดอกมัม ใบโปร่งฟ้า ดอกคัตเตอร์ ให้อยู่ในทรงเดิมของมัน ค่อยๆ ปักให้กระจายก่อนแล้วค่อยปักให้เต็ม ปักทีละชนิดดอกไม้นะ

IMG_4531

แล้วทำโบติด ออกมาละ ในรูปดอกมัมกับคัตเตอร์ดูน้อยหน่อย แต่ก่อนส่งอาจารย์ก็ปักเพิ่มแล้ว

IMG_4544

สองด้านไม่เท่ากัน ถ้าวางบนโต๊ะที่โชว์ด้านเดียวก็จะสวย แต่ถ้าวางกลางโต๊ะ มันจะเห็นอีกด้านไม่เท่ากัน อาจารย์บอกว่าด้านที่ไม่ได้ติดโบสวยกว่า กลับบ้านมาเลยย้ายโบมาไว้ด้านสวยแ้ล้วตั้งโต๊ะพระโชว์ด้านดีแทน
aPicture 004


aPicture 005

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิธีการห่อช่อดอกไม้แบบง่าย



วิธีการห่อช่อดอกไม้
ปัจจุบัน การห่อช่อดอกไม้  มีรูปแบบเปลี่ยนใหม่เกิดขึ้นเสมอ  บ้างก็ขึ้นกับความสะดวก  ดีไซค์  ไอเดีย  แต่วันทาง  ขอเสนอการห่อช่อดอกไม้แบบขั้นพื้นฐาน  ง่ายก่อนนะค่ะ  จากวัสดุเราเห็นกันบ่อย  เลือกมาเสนอ 3 แบบค่ะ
  • วิธีห่อช่อดอกไม้ด้ายผ้าป่านฟิลิปปินส์  2  สี
  • วิธีห่อช่อดอกไม้ด้วยผ้าตาข่ายและแผ่นพลาสติก
  • วิธีห่อช่อดอกไม้ด้วยกระดาษสาเกาหลี  2  สี   
               
    1. ตัดผ้าป่านฟิลิปปินส์ สีเขียวอ่อน และ สีน้ำตาล เป็นสีเหลี่ยนจัดตุรัส โดยใช้  สีขียว 3 ชิ้น  และ สีน้ำตลาด 
                 2. ม้วนปลายผ้าป่านฟิลิปปินส์เข้ามานิดหน่อย แล้วจึงจับจีบรวบ
                 3. นำผ้าป่านฟิลิปปินส์ที่จับจีบรวบแล้วมาร่องด้านหลังช่อดอกไม้ที่ละข้างค่ะ อย่าลืมยึดด้วยเทปใสค่ะ
                 4. ด้านหน้าใช้ผ้าป่านฟิลิปปินส์สีน้ำตาล  วางให้ต่ำกว่าดอกไม้ทั้งซ้านและขวา
                 5. ตรงกลางช่อดอกไม้ด้านหน้า นำผ้าป่านฟิลิปปินส์ที่จับจีบมาวางประกบ 2 ชิ้น ยึดด้วยเทปใส
                 6.เพื่อ ให้ดูกลมกลืนให้เข้ากบผ้าป่านฟิลิปปินส์ แทนที่จะใช้ริบบิ้นต่วย แนะนำให้ผูกด้วยราเฟียสีเขียว ดูเก๋เป็น                   อีกแบบ ทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นค่ะ        



      วิธีห่อช่อดอกไม้ด้วยผ้าตาข่ายและแผ่นพลาสติก



1. วางแผ่นพลาสติก และนำผ้าตาข่ายมาวางทับซ้อนให้ปลายเกินขอบแผ่นพลาสติก 


และนำช่อดอกไม้วางตรงกลาง ยึดด้วยเทปใส

2. นำผ้าตาข่ายมาวางปิดด้านหน้าช่อ  โดยให้มุมผ้าตั้งขึ้น
3. ใช้แผ่นพลาสติกวางซ้อนด้านหลังช่อ โดยให้เอียงออกด้านข้างเล็กน้อย ทั้ง 2 ด้าน
4. นำผ้าตาข่ายพักครึ่ง วางปิดด้านหน้าจับจีบและยึดด้วยเทปใส
5. ผูกโบว์สีครัม  เพื่อให้สีดูกลมกลืนกับผ้าที่ใช้ห่อช่อดอกไม้



 วิธีการห่อช่อดอกไม้ด้วยกระดาษสาเกาหลี  2  สี

1. นำกระดาษสาสีเข้ม มาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม  แล้วพับครึ่งจับจีบ วางที่ด้านข้างช่อดอกไม้ยึดด้วยเทปใส
2. พักครึ่งจับจีบกระดาษสาสีอ่อน วางซ้อนกระดาษสาสีเข้มเล็กน้อย  ยึดด้วยเทปใสและใช้กระดาษสีเข้มสลับกับสีอ่อน ทำเหมือนวิธีทำตอนแรกจนครบ สีละ 2 แผ่น
3. สำหรับก้านถือให้ใช้กระดาษสีเข้มหรืออ่อนปิดก้าน พันด้วยเทป และตกแต่งริบบิ้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย


การตกแต่งดอกไม้ทรงพุ่ม

              การตกแต่งดอกไม้ทรงพุ่ม



                             
    โทปิอารี่ (Topiary) เป็นศิลปะการตกแต่งไม้พุ่มให้เป็นรูปทรงต่างๆ โดยเฉพาะรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปสี่เหลี่ยม รวมทั้งการตกแต่งให้เป็นรูปคน สัตว์ หรือสิ่งของต่างๆ ซึ่งศิลปการตกแต่งดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมตั้งแต่ยุคโบราณจนกระทั่งถึง ปัจจุบันนี้และต่อมานักจัดดอกไม้ก็ได้นำศิลปะการจัดโทปิอารี่มาใช้ในการจัด ดอกไม้ด้วย โดยโทปิอารี่ที่จัดง่ายที่สุดคือรูปทรงกลม และดอกไม้ที่จัดโทปิอารี่ได้สวยที่สุดก็คือ ดอกกุหลาบนั่นเอง

                                           

การจัดดอกไม้รวมให้ออกมาดี คือ ดอกไม้แต่ละแบบต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน และการส่งเสริมกันนี้ จะทำให้ความงามของดอกไม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น



                                                 


    สีโทนอ่อนเป็นสีเย็นตา เช่น สีขาว มักใช้ในโอกาศสำคัญเกี่ยวกับทางศาสนา เช่น งานแต่ง ดอกไม้สีขาวเป็นทางเลือกคลาสสิค ความงามตามธรรมชาติของดอกไม้สีอ่อน ทำให้ดูดี



                                                
   
    การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ ต้องการภาชนะที่ใหญ่และหนัก ภาชนะที่ใช้อาจจะเป็นแจกันขนาดใหญ่ โอ่งขนาดเล็กหรือกลาง หรือง่าย ๆ ถังสีที่คุณใช้แล้ว ทำความสะอาดสักหน่อย ก็จะให้ความสวยที่ไม่แพ้กับแจกันราคาแพง ยิ่งเป็นการจัดดอกไม้ใหญ่เท่าไร ความสำคัญของภาชนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นจุดสนใจด้วย


                                                

     

การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่ ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่นเป็นอันมาก โดยมีอิทธิพลของจิตรกรเป็นส่วนประกอบด้วย เพราะลักษณะรูปแบบในการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่ มีทีท่าส่อไปในรูปแบบที่คำนึงถึงความง่าย ความสะดวก เช่นเดียวกับการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ไม่พิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุการจัดและอุปกรณ์แต่อย่างได หากแต่ว่าได้เน้นหนักไปในทางที่จะต้องทำให้ได้ส่วนสัมพันธ์และรับกันกับแบบ ของเครื่องเรือนหรือลักษณะและรูปแบบของห้องที่นำมันไปประดับเป็นส่วนประกอบ มากกว่าอื่นใดทั้งหมด

ความสวยงามละลานตาตามคติเก่าๆ ในการจัดดอกไม้ แทบจะไร้ความหมาย สำหรับการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่นี้ เหตุนี้เอง หลักสำคัญในการจัดดอกไม้แบบนี้จึงขึ้นอยู่กับแนวหรือเส้นของรูปพรรณ อันเป็นผลทำให้ไม้และใบไม้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าดอกไม้เสียด้วยซ้ำ

การคำนึงในเรื่องของสีได้เป็นสิ่งที่พึงระมัดระวังเป็นกรณี พิเศษทีเดียว เพราะรสนิยมของคนในสมัยใหม่นั้น ส่วนมากมักไม่ใคร่ชอบสีที่ตัดกันอย่างแท้จริง หากแต่ชอบสีที่กลมกลืนคล้ายคลึงกันมากกว่า เช่น ห้องสีแดง ก็มักจะจัดดอกไม้สีแดงแก่หรืออ่อน หรือสีชมพู หรือสีส้ม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองสามอย่างควบคู่กัน ทั้งนี้ต้องแล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น แม้การเลือกสีจะเป็นสีที่มีโทนเดียวกัน แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของสีอีกด้วย กล่าวคือ มักจะไม่นิยมใช้สีที่สดกว่า หรือแก่กว่ากันจนเกินไป ถ้าสมมุติว่า ห้องนั้นเป็นสีอ่อนหรือสีจางๆ ก็มักจะต้องใช้ดอกไม้สีอ่อนหรือจางด้วย จะเข้มกว่าหรือจางกว่าก็เพียงเล็กน้อย ไม่แตกต่างกันจนเกินไปนัก



วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

การจัดดอกไม้แบบสากล


       การจัดดอกไม้แบบสากล หมายถึง  ลักษณะรูปแบบการจัดดอกไม้ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกที่  เช่น  ยุโรป อเมริกา  เอเชีย  และได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ

        1. Arrangement  (การจัดในภาชนะ)  คือ การจัดดอกไม้ ใบไม้ รวมถึงวัสดุตกแต่งในภาชนะ เช่น การจัดในแจกัน ตะกร้า ขอนไม้ สแตน จาน ชาม ฯลฯ รวมถึงสถานที่ต่างๆ
        2. Bouquet  (การจัดช่อดอกไม้สำหรับถือ)  คือ ช่อดอกไม้ที่ใช้สำหรับถือในโอกาสต่างๆ เช่น งานแต่งงาน แสดงความยินดี วันเกิด

        3. Corsage (ช่อดอกไม้ขนาดเล็ก)  คือ ช่อดอกไม้ขนาดเล็ก  ที่ใช้สำหรับประดับ และ ตกแต่ง  ส่วนใหญ่จะพบเห็นในงานมงคลสมรส  แต่จริงๆ แล้ว  Corsage  มีใช้ในงานปาร์ตีสำคัญ  อื่นๆ   เช่น  งานพรอม   ชนิด และ ลักษณะการใช้งานก็มีหลายประเภท  เช่น  ติดเสื้อ  ,  ติดผม  ,  ติดข้อมือ  , ติดข้อเท้า , ติดไหล่ , ติดหนังสือ  , ติดของขวัญ

รูปทรงต่างๆ

       ทรงฟีนิกส์ นกแห่งความโชคดี นำมาซึ่งความโชคดีทั้งผู้ให้ และผู้รับ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ หรือตบแต่งห้องนั่งเล่น
       ทรงกลม ให้ความรู้สึกสดชื่น น่ารัก ให้ได้ในทุกโอกาส วันเกิด วันแต่งงาน แสดงความยินดี เยี่ยมคนป่วย สามารถใช้ดอกไม้พันธ์อื่นๆ มาจัดแทนได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นดอกกุหลาบอย่างเดียว
       ทรงโค้งพระจันทร์ ให้ความรู้สึกสวยงาม นุ่มนวลสวยเหมือนวงพระจันทร์ ใช้แสดงความยินดีได้ในทุกโอกาส ตบแต่งห้องต่างๆ ได้สวยงาม
       ทรงสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า ให้อารมณ์หลากหลาย ให้ความสดชื่น สวยงาม ให้ได้ในทุกโอกาสเช่นกัน จัดวางโชว์ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ทำให้ห้องสดชื่นขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ
       ทรงพานพุ่ม จัดวางบูชาพระ หรือให้ในโอกาสต่างๆ สวยงามเวลาวางตบแต่งโต๊ะทานข้าว โต๊ะประชุม ทั้งทรงกลม และโต๊ะเหลี่ยม

       กระเช้าทรงกลมขนาดย่อม ให้แสดงความยินดีได้ในทุกโอกาสเช่นกัน ให้ความรู้สึกสดชื่นทั้งผู้ให้ และผู้รับ

การจัดดอกไม้


       การจัดดอกไม้           ถือเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องอาศัยทักษะ ประสบการณ์ เพราะจะต้องใช้ดอกไม้ที่แตกต่างกันในหลากหลายสี การไล่โทน การนำเอาดอกไม้หรือใบไม้ ตลอดจนวัสดุต่าง ๆ มาจัดให้อยู่ในองค์ประกอบทางศิลปะ ซึ่งต้องมีความสัมพันธ์กัน และทำให้เกิดมุมมองที่สวยงาม นับได้ว่าเป็นศิลปะและวิวัฒนาการที่สืบทอดกันมาช้านาน การจัดดอกไม้โดยส่วนใหญ่นิยมจัดเลียนแบบดอกไม้สดธรรมชาติ

ภาพ:Flower.jpg

หลักการจัดดอกไม้
     สิ่งที่ต้องเตรียม
       1.      ภาชนะสำหรับรองรับดอกไม้มีหลายชนิด เช่น แจกันรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระบุง ตะกร้า ชะลอม
       2. ที่สำหรับรองภาชนะ เมื่อจัดดอกไม้เสร็จควรมีสิ่งรองรับเพื่อความสวยงาม ความโดดเด่นของแจกัน เช่นไม้ไผ่      หรือสานเป็นแพ กระจก แป้นไม้
           3. กรรไกรสำหรับตัดแต่ง
           4. เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ลวด ทราย ดินน้ำมัน กระดาษสี ฟลอร่าเทปสีเขียว ก้านมะพร้าว ลวดเบอร์ 24 และ เบอร์ 30
           5. ดอกไม้ประดิษฐ์พร้อมใบไม้สำเร็จ
           6. เครื่องประกอบตกแต่ง เช่น กิ่งไม้ ขอนไม้ ตุ๊กตา ขดลวด เป็นต้น


ภาพ:Flo2.jpg


   ดอกไม้ที่นิยมใช้
        1. เลือกดอกไม้ตามวัตถุประสงค์สำหรับงานนั้น ๆ
        2. ความทนทานของดอกไม้ประดิษฐ์
        3. ขนาด เลือกให้เหมาะกับภาชนะ สถานที่ตั้ง และแบบของการจัด
        4. การเลือกสี ต้องดูฉากด้านหลังและจุดประสงค์ว่าต้องการ กลมกลืน หรือตัดกัน
        5. ความนิยม เช่นดอกกุหลาบนิยมใช้ในงานมงคล ดอกบัวใช้บูชาพระ
  
ภาพ:Flo3.jpg

รูปแบบการจัดดอกไม้

   การจัดดอกไม้โดยทั่ว ๆ ไปแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
        1. การจัดดอกไม้เลียนแบบธรรมชาติ ( เพื่อใช้เอง) เป็นการจัดดอกไม้แบบง่าย ๆ เพื่อประดับตกแต่งบ้าน โดยอาศัยความเจริญเติบโตของต้นไม้ ดอกไม้ กิ่งไม้ นำมาจัดลงภาชนะ โดยใช้กิ่งไม้ขนาดต่าง ๆ 3 กิ่ง การจัดดอกไม้แบบนี้ นิยมนำหลักการจัดดอกไม้จากประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์
        2. การจัดดอกไม้แบบสากล นิยมจัด 7 รูปแบบ คือ รูปทรงแนวดิ่ง ทรงกลม ทรงสามเหลี่ยมมุมฉากทรงสามเหลี่ยมด้านเท่า ทรงพระจันทร์คว่ำ ทรงพระจันทร์เสี้ยว ทรงตัวเอส
        3. การจัดดอกไม้แบบสมันใหม่ เป็นการจัดดอกไม้ที่มีรูปแบบอิสระ เน้นความหมายของรูปแบบบางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้แต่อาจใช้วัสดุหรือภาชนะเป็นจุดเด่นเป็นการสร้างความรู้สึกให้ผู้พบเห็น การจัดดอกไม้แบบนี้ยังอาศัยหลักเกณฑ์ สัดส่วนและความสมดุลด้วย
 
  การเตรียมดอกไม้ก่อนจัด
        1. ดอกไม้ ใบไม้ ที่ซื้อมาจากตลาดต้องนำมาพักไว้ในน้ำอย่างน้อย 45 นาที - 2 ชั่วโมง
        2. นำดอกไม้มาลิดใบที่ไม่สวย เหี่ยว หรือไม่จำเป็นออกไป
        3. ตัดก้านดอกไม้ใต้น้ำ หากก้านไม่แข็งให้ตัดตรง หากก้านแข็งให้ตัดเฉียงประมาณ 1 นิ้ว
        4. แช่ดอกไม้พักไว้ในน้ำมาก ๆ
        5. ดอกไม้ที่ซื้อมาค้างคืนให้ห่อด้วยใบตองหรือกระดาษ นำไปแช่ไว้ในถังน้ำ เพื่อไม่ให้ดอกบานเร็ว


ภาพ:Flo4.jpg

 หลักทั่วไปในการจัดแจกันดอกไม้
        1. หน้าที่และประโยชน์ใช้สอย ก่อนจัดควรจะทราบวัตถุประสงค์ในการจัดตกแต่งก่อนว่า จะใช้ในงานอะไร และจะจัดวางที่ไหน เช่น วางกลางโต๊ะ วางมุมโต๊ะ ชิดผลัก หรือแจกันติดผนัง เป็นต้น และควรดูด้วยว่า ลักษณะของห้องที่จะจัดวางเป็นห้องลักษณะแบบใด ทรงใด และขนาดเล็ก ปานกลางหรือใหญ่ เพื่อเราจะได้เลือกแจกันและดอกไม้ที่เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ ด้วย
        2. สัดส่วน สัดส่วนเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะกำหนดว่าแจกันที่จัดเสร็จจะสวยหรือไม่สวย ถ้าสัดส่วนไม่สมดุลย์แจกันที่จัดออกมาก็ไม่สวย สิ่งที่ต้องคำนึง
        2.1 ภาชนะทรงเตี้ย ความสูงที่จัดควรเป็น 1.5-2 เท่า ของความกว้างของภาชนะ
        2.2 ภาชนะทรงสูง ความสูงที่จัดควรเป็น 1.5-2 เท่า ของความสูงของภาชนะ
        3. การเทียบส่วน ระหว่างดอกไม้กับแจกัน, แจกันกับขนาดของห้อง
        4. ความสมดุลย์ เป็นความถ่วงดุล เช่น ซ้ายขวาเท่ากัน หรือ สองข้างไม่เท่ากันแต่หนักไปทางใดทางหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้จัด
        5. การเลือกสี เส้นและขนาดให้แตกต่าง กัน เช่น สีกลาง อ่อน เส้นที่โค้งเรียว ขนาดดอกมีใหญ่เล็กเป็นต้น
        6. ความกลมกลืน คือ การเข้ากันอย่างสอดคล้องระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ
        7. ความแตกต่าง เช่น สีของดอก ใบ และภาชนะที่มีสีแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างไม่ควรเกิน 20%
        8. การสร้างจุดเด่น คือ จัดให้มีตัวเด่น ตัวรอง และให้มีการส่งเสริมกันและกัน