วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แบบงานแต่ง

การจัดดอกไม้งานแต่งงานแบบกลางแจ้ง


ดอกไม้งานแต่งงาน

ดอกไม้งานแต่งงาน

ดอกไม้งานแต่งงาน

   การจัดดอกไม้งานแต่งงานแบบกลางแจ้ง (i Do)

การจัดงานวิวาห์กลางแจ้งแบบ Outdoor เป็นงานวิวาห์ที่ใฝ่ฝันของสาว ๆ หลายคน เพราะให้ความรู้สึกสบาย ๆ และโรแมนติก แต่จะมีปัจจัยเรื่องลม ฟ้า อากาศ และแมลง มาเกี่ยวข้อง ทำให้สาว ๆ อาจล้มเลิกความคิดนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคในการจัดงาน โดยเฉพาะจัดดอกไม้ในการตกแต่งสถานที่ ดังนั้น วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการจัดงานวิวาห์กลางแจ้งแบบ Outdoor มาฝากกันค่ะ

อันดับแรกการเลือกดอกไม้ ควรเลือกดอกไม้ที่ทนอากาศร้อนได้นาน เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ หน้าวัว สังเกตได้จากกลีบที่ไม่บอบบางมาก ก้านแข็งไม่สามารถหักด้วยมือเปล่าได้ สีสันของดอกไม้เลือกสีสันตามเฉดที่ชอบ เพื่อทำให้บรรยากาศดูสดใส เพราะการจัดงาน Outdoor จะไม่มีสีสันของผนังห้องบอลรูม เฟอร์นิเจอร์ และพื้นพรมสีฉูดฉาดลวดลายเยอะ ๆ มาเป็นตัวกำหนด Mood and Tone จึงสามารถเลือกโทนสีได้ตามใจ ทั้งนี้ ต้องดูบรรยากาศของสถานที่ประกอบด้วย เช่น บรรยากาศสวนเป็นสีเขียว สีเขียว-ขาว สีเขียว-เหลือง สีเขียว-ส้ม แต่ถ้าบรรยากาศทะเลก็จะเป็นสีขาวหรือสีฟ้า

ดอกไม้งานแต่งงาน

ดอกไม้งานแต่งงาน

สำหรับสไตล์การจัดดอกไม้ ก็ควรไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงสอดรับกับสถานที่ ถ้าเป็นงานในสวนหรือเป็นสวนแบบบาหลี ดอกไม้ก็ควรจะเป็นแนวเดียวกัน เช่น Bird of Paradise ดอกลีลาวดี เป็นต้น ที่สำคัญในการจัดดอกไม้ การติดตั้งต้องแน่นหนา มั่งคง ไม่ล้มง่าย เพื่อป้องกันลมแรงที่อาจพัดมา

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แบบทำธุรกิจ





เห็นได้ว่าธุรกิจร้านดอกไม้เกิดขึ้นมากมาย คนรุ่นเก่าก็ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นเพราะความเจนเวที ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ผันแปรตัวเองเป็นเจ้าของร้านดอกไม้กันมากขึ้น อย่าลืมว่าร้านดอกไม้มีเปิดเยอะก็ปิดเยอะเช่นกัน การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจใดก็ตามต้องศึกษาข้อมูล และวางแผนให้ดี









ธุรกิจร้านดอกไม้เป็นอีกอาชีพหนึ่งของผู้คนบนเส้นทางไม้ดอกไม้ประดับในสังคมยุควัตถุนิยม ความศิวิไลซ์ที่หลายคนเคยเรียกร้องกันนักหนา ต้องแลกมาด้วยเสน่ห์แห่งธรรมชาติ ถึงวันนี้วันที่สังคมยุควัตถุนิยมได้ก้าวเข้ามาอย่างเต็มตัว กลับทำให้คนเราเหนื่อยล้ากับกิจวัตรประจำวันมากขึ้น จนต้องแสวงหาความสุขทางใจโดยนำตนออกไปหาธรรมชาติ พืชพันธุ์ต่าง ๆ ถูกนำเข้ามาใช้ตกแต่งใกล้ตัวทั้งที่บ้านและที่ทำงาน สังคมยุควัตถุนิยมไม้ดอกไม้ประดับมิได้ถูกใช้แต่เพียงเพื่อความสวยงามตามธรรมชาติเท่านั้น หากแต่ยังถูกใช้เป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคมอีกด้วยค่านิยมในดอกไม้ของคนเพิ่มมากขึ้น ดอกไม้กลายเป็นสื่อแทนความหมายของความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งยินดีและเสียใจ ขอโทษหรือขอบคุณไปแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ธุรกิจร้านดอกไม้เกิดขึ้นมากมาย จะพาท่านผู้อ่านเข้าไปสัมผัสกับผู้คนบนเส้นทางธุรกิจร้านดอกไม้ และบางทีธุรกิจนี้อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สร้างอาชีพให้แก่ท่านในอนาคตก็เป็นได้






ชนิดไม้ดอกไม้ประดับในร้านดอกไม้

ในการจัดดอกไม้ไม่ว่าจะเป็นแจกัน กระเช้า บูเก้ พวงหรีด ฯลฯ ต้องใช้ไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิดมาประกอบกัน ทั้งไม้ดอกที่ปลูกในเมืองไทยและที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ ดอกไม้ที่ใช้ส่วนใหญ่จะสั่งมาจากต่างประเทศ เช่น คาร์เนชั่น ทิวลิป เบญจมาศ ลิลลี่ เยอบีร่า ยิบโซฟิลล่า มัม ฯลฯ ส่วนใหญ่จะนำเข้าจากประเทศฮอลแลนด์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ ไม้ใบที่นำเข้าจากต่างประเทศก็มีบ้าง สยามฟลาวเวอร์ แลป นำไม้ใบตระกูลสน เฟิน ไม้ป่าหลายชนิดมาจากประเทศออกเตรเลีย ไม้ใบส่วนใหญ่ร้านดอกไม้จะใช้ไม้ที่ปลูกในเมืองไทย เช่น ปริก โปร่งฟ้า ฟิโลเดนดรอน คล้า ดราเซียน่า อโกรนีมา เป็นต้น คราวนี้มาดูไม้ดอกของไทยที่นิยมใช้กันบ้าง ที่นิยมใช้มาก ๆ ก็มีกุหลาบ แกลดิโอลัส กล้วยไม้ มัม เยอบีร่า เบญจมาศ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ดอกที่ปลูกและสั่งตรงมาจากภาคเหนือแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ร้านเค ฟลาวเวอร์ มีสวนผลิตไม้ดอกอยู่ที่ไร่บีเอ็น จ.เพชรบูรณ์ จะนำไม้ดอกที่ผลิตบางส่วนมาใช้ที่ร้าน ดังนั้นร้านดอกไม้จึงเสมือนแหล่งรองรับผลผลิตจากไร่

นิยมใช้ไม้นอก..ไม้ไทยจึงตกอับ

ดอกไม้ไทยมักถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายกระแสในแวดวงธุรกิจร้านดอกไม้ว่า เป็นดอกไม้ที่มีความบอบบาง ชอกช้ำง่าย อายุการปักแจกันสั้น ปักได้ไม่เกิน 5 วันก็บางแฉ่งร่วงกราวแล้วและดอกไม้ที่ออกตลาดในแต่ละช่วงมักเป็นสีเดียวเกือบทั้งตลาด ทำให้ต้องซื้อดอกไม้นอกมาแซมเพื่อให้มีหลาย ๆ สี อีกทั้งดอกไม้ไทยเห็นกันบ่อยจึงไม่มีความแปลก รวมความแล้วก็สรุปกันว่าไม่มีคุณภาพ ใช้ไม้ไทยแล้วเกรดร้านตกว่างั้นเถอะ ร้านสุพรรณิการ์กล่าวว่า “ถ้าดอกไม้ไทยพัฒนาคุณภาพในเรื่องขนาดของดอก สีสัน อายุการปักแจกันและความคงทนได้เท่าไม้นอกก็จะใช้ไม้ไทย ความจริงแล้วไม้ดอกหลายชนิด ปลูกได้ในเมืองไทย เช่น กุหลาบ เยอบีร่า เบญจมาศ มัม พีค็อค แกลดิโอลัส ฯลฯ แต่คุณภาพยังสู้ต่างประเทศไม่ได้ มีเพียงกล้วยไม้และกุหลาบเท่านั้นที่คุณภาพดีและใช้ได้” ร้านบุษบาบัณกล่าวว่า “ดอกไม้บ้านเราปริมาณในแต่ละฤดูกาลไม่แน่นอน พอย่างเข้าช่วงปลายปีดอกไม้แทบทุกชนิดก็พร้อมใจกันออกดอก ทำให้ช่วงหน้าหนาวของทุกปีมีดอกไม้หลายชนิดออกมาเกินความต้องการของตลาด ราคาย่อมถูกลง จากที่เคยขายเป็นกำกลายเป็นขายเป็นกิโล ผู้ปลูกดอกไม้ก็แย่ แต่ช่วงวาเลนไทน์ดอกกุหลาบใช้เยอะมากขาดตลาด ผู้ปลูกก็ถือโอกาสขึ้นราคาจากราคาที่เคยส่ง 5-8 บาท เพิ่มเป็น 20-30 บาท ร้านดอกไม้หลายร้านต้องลดการซื้อดอกกุหลาบลง แล้วสั่งดอกไม้ชนิดอื่นจากต่างประเทศ เช่น ทิวลิป คาร์เนชั่น มัม มิโมซ่า มาทดแทน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ ผู้ปลูกกุหลาบอาจจะต้องน้ำตาตกภายหลังก็ได้”



คราวนี้มาดูคุณภาพไม้นอกกันบ้าง ดอกใหญ่ ก้านยาว สีสดและมีให้เลือกเกือบครบทุกสีทุกชนิด อายุการปักแจกันนาน 10-15 วัน บางชนิดมีความแปลก สวย ทำให้ดูเป็นไม้เกรดดีมีราคาไป เป็นที่นิยมของทั้งผู้จัดและลูกค้า อีกทั้งช่วงหน้าร้อนดอกไม้ในเมืองไทยคุณภาพแย่ลง และขาดแคลนมากเพราะผู้ปลูกถือโอกาสพักต้น ช่วงนี้ร้านดอกไม้จะสั่งดอกไม้จากเมืองนอกเข้ามาทดแทน เพราะเมืองนอกเขาจะปลูกขายโดยเฉพาะ มีการวางแผนการปลูก ดอกไม้ทุกชนิดจึงมีทุกฤดูกาล เห็นได้ว่าไม้นอกมีข้อได้เปรียบไม้บ้านเราหลายข้อทีเดียว



การรักษาคุณภาพดอกไม้ยังถูกมองข้าม

ดอกไม้เมื่อตัดจากต้นถ้าจะให้เสื่อมคุณภาพช้าลงและมีอายุการปักแจกันนานขึ้น ต้องมีการรักษาคุณภาพดอกไม้ ทั้งผู้ปลูกดอกไม้และผู้ที่นำดอกไม้ไปใช้ยังให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพดอกไม้น้อยมาก จะนำมาตัดก้านแช่ในถังน้ำสะอาดแล้วนำเข้าตู้แช่ทันที สยามฟลาวเวอร์ แลปบอกว่า “ไม้บางชนิดไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยายืดอายุ เพราะปริมาณดอกไม้จะสั่งซื้อไม่มากเกินไป ให้ปริมาณพอดีสำหรับใช้งานเท่านั้น ถ้าดอกไม้เหลือก็จะทิ้งไป สำหรับดอกไม้ต่างประเทศ จะมีน้ำยายืดอายุและอาหารเสริมช่วยให้ดอกไม้ฟื้นตัวเร็วขึ้นบรรจุในซองเล็ก ๆ มาพร้อมกับดอกไม้ เวลาจะใช้ก็นำมาละลายน้ำแช่ดอกไม้ได้เลย ดอกไม้ที่มีราคาแพงจึงจะใช้น้ำยายืดอายุเป็นน้ำยาจากฮอลแลนด์ ส่วนร้านสุพรรณิการ์กล่าวว่า “ใช้หรือไม่ใช้น้ำยายืดอายุก็เหมือนกัน ดอกไม้จะถูกใช้งานหมดก่อนดอกไม้เหี่ยว แก้ปัญหาโดยการสั่งซื้อปริมาณพอดีกับการใช้งานดีกว่า ถ้าดอกไม้เหลือจากการใช้งานก็จะทิ้งหมด ยกเว้นกุหลาบจะนำมาตากแห้งทำบุหงา” ความจริงแล้วมีการพิสูจน์และทดลองแล้วว่า น้ำยายืดอายุการปักแจกันสามารถทำให้อายุการใช้งาน่ของดอกไม้ยาวนานขึ้น น้ำยาแต่ละชนิดจะใช้ได้ผลดีกับดอกไม้แต่ละชนิด ที่สยามฟลาวเวอร์ แลป มีจำหน่ายเป็นน้ำยายืดอายุจากฮอลแลนด์ ก็ลองสอบถามและลองนำมาใช้ดูได้

ไม้ตัดดอกเขตร้อน..ในร้านดอกไม้

ไม้ตัดดอกเขตร้อน เช่น ดาหลา ขิงแดง ปทุมมา เฮลิโคเนีย ที่หลายฝ่ายพยายามส่งเสริมด้านการปลูกและการตลาด จนกลายเป็นกลุ่มไม้ตัดดอกที่ถูกจับตามองในปัจจุบัน บทบาทของไม้ดอกเหล่านี้ในร้านดอกไม้เป็นอย่างไร ร้านดอกไม้ต่างก็มีความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า ถ้าเปรียบไม้ดอกเขตร้อนกับไม้ดอกเมืองหนาวแล้ว ด้านราคาอาจจะพอ ๆ กัน ไม้ดอกเมืองหนาวราคาอาจจะแพงกว่านิดหน่อย จึงเลือกใช้ไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า ลูกค้าจะนิยมมากกว่า เมื่อนำไม้ดอกเขตร้อนมาจัด ลูกค้ากลับมองว่าเป็นไม้หาง่าย ไม่มีค่าไม่มีราคา จึงไม่นิยมใช้ นอกจากนี้ไม้ตัดดอกเขตร้อนยังมีปัญหาด้านการจัดหรือรูปแบบการจัดให้เข้ากับดอกไม้ชนิดอื่น ไม้ดอกเมืองหนาวจัดให้สวยได้ง่ายกว่า ไม้ดอกเขตร้อนจะนิยมใช้ในงานที่ไม่ต้องแสดงรายละเอียดมาก เช่น โรงแรม งานแต่งงาน งานศพ ซึ่งเป็นงานชั่วคราวมากกว่า สำหรับการส่งออกเพื่อใช้เป็นไม้ตัดดอกสำหรับร้านดอกไม้ในต่างประเทศ ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของขนาดดอก น้ำหนัก การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่ง หากกรมส่งเสริมจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ต้องให้กรมวิชาการเกษตรหรือมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง ทำการวิจัยเกี่ยวกับไม้ตัดดอกเขตร้อนตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นปัญหาหนักอกอยู่ในขณะนี้ สำหรับเฮลิโคเนียควรให้มีความหลากหลายของสายพันธุ์มากกว่านี้ ขณะที่เกษตรกรเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้นแต่งานวิจัยบ้านเรายังไม่ครบวงจร เนื่องจากขาดการวิจัยอย่างต่อเนื่องนั่นเอง จึงยากต่อการพัฒนา

เทศกาลทองของร้านดอกไม้

                                                                    ธุรกิจร้านดอกไม้เป็นธุรกิจที่พึ่งพาเทศกาลและฤดูกาลเป็นปัจจัยหลักในการทำรายได้ ช่วงที่ดอกไม้เบ่งบานหรือเทศกาลทองของร้านดอกไม้จะเป็นช่วงเทศกาลสำคัญของไทย เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ ช่วงที่ร้านดอกไม้ขายดิบขายดีเห็นจะเป็นช่วงที่มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งช่วงรับปริญญาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ช่วงวาเลนไทน์ บางคนเปรียบการให้ดอกไม้เป็นของขวัญเหมือนแทนคำอวยพรขอให้ผู้รับมีชีวิตที่สวยงามเหมือนดอกไม้บาน ซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุดของดอกไม้และเป็นจุดสูงสุดแห่งชีวิตเช่นกัน ช่วงที่ซบเซาคือช่วงหลังวันวาเลนไทน์ ธุรกิจร้านดอกไม้จะเริ่มตกพอ ๆ กับอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง

เตรียมตัวเป็นเจ้าของร้านดอกไม้อย่างไร

ธุรกิจร้านดอกไม้เป็นธุรกิจการให้บริการแต่ต้องเก่งในเรื่องการบริหารด้วย นอกจากจะใช้ฝีมือในการจัดดอกไม้แล้ว ความรอบรู้และเฉลียวฉลาดเกี่ยวกับธุรกิจก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่จำเป็นต้องมีนอกเหนือจากทุนทรัพย์ที่มีอยู่เต็มกระเป๋าแล้ว ถ้าจะเปิดร้านดอกไม้เงินทุนเป็นปัจจัยแรกที่ต้องมีและต้องเป็นเงินทุนหมุนเวียนด้วย ต่อไปคือทำเลที่ตั้งของร้านต้องดูว่าบริเวณนั้นมีอะไรบ้าง ถ้ามีสำนักงาน(ออฟฟิศ) ธนาคาร มหาวิทยาลัย อยู่นั่นคือความน่าจะเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ เช่น ร้านสุพรรณิการ์ และ เค ฟลาวเวอร์ ลูกค้าจะมีอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะแถบบางเขน ประชาชื่น รามอินทรา และพหลโยธิน ส่วนสยามฟลาวเวอร์ แลป จะจับลูกค้าแถวสุขุมวิท สีลม สุรวงศ์ เป็นต้น จากนั้นก็คือต้องมีความสามารถในการจัดดอกไม้ที่จะดึงจุดเด่นและสไตล์ของตัวเองออกมา ถอดความรู้สึกออกมาแล้วจัดเป็นดอกไม้ เห็นได้ว่าธุรกิจร้านดอกไม้เกิดขึ้นมากมาย คนรุ่นเก่าก็ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นเพราะความเจนเวที ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ผันแปรตัวเองเป็นเจ้าของร้านดอกไม้กันมากขึ้น อย่าลืมว่าร้านดอกไม้มีเปิดเยอะก็ปิดเยอระเช่นกัน การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจใดก็ตามต้องศึกษาข้อมูล และวางแผนให้ดี

ธุรกิจร้านดอกไม้นับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยในวงการไม้ดอกไม้ประดับ นอกจากจะส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้จัดดอกไม้แล้ว ยังสร้างอาชีพให้แก่ผู้ปลูกไม้ตัดดอกเพื่อส่งร้านดอกไม้อีกด้วย ทั้งนี้ต้องพัฒนาคุณภาพดอกไม้บ้านเราให้ดีเสียก่อน เมื่อถึงวันนั้นไม้ตัดดอกบ้านเราคงจะเข้ามามีบทบาทในร้านดอกไม้มากกว่าทุกวันนี้ ไม้ดอกของมาเลเซียเพื่อนบ้านของเราขณะนี้พัฒนามากกว่าของเรามาก ทั้งนี้เนื่องจากประเทศฮอลแลนด์ได้เข้ามาลงทุนเปิดสาขาในมาเลเซียนับเป็นการส่งเสริมการผลิตและการตลาดของทั้งสองประเทศอีกทางหนึ่ง อีกทั้งสภาพแวดล้อมของมาเลเซียมีความเหมาะสมในการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวได้ดีกว่าบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นเบิร์ดออฟพาราไดซ์ หน้าวัว ลิลลี่ เบญจมาศ คาร์เนชั่น ฯลฯ เช่นที่ คาเมรอนไฮแลนด์ ซึ่งเคหการเกษตรเคยนำเสนอไป ซึ่งไม้ดอกเมืองหนาวหลายชนิดของที่นี่ยังป้อนตลาดเมืองไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ขณะที่ไม้ดอกเมืองหนาวของไทยยังกระท่อนกระแท่น เพราะปัญหาเรื่องพื้นที่ปลูกที่ยังขาดการสนับสนุนจากรัฐอย่างแท้จริง รวมไปถึงงานวิจัยที่ขาดทิศทางที่จะให้ตอบสนองความต้องการของผู้ปลูก

สำหรับเกษตรกรที่จะเข้าสู่ธุรกิจไม้ดอก รายเก่าเอาตัวรอด แต่รายใหม่ต้องผ่านร้อนหนาวอีกพอสมควร ต้องมีความอดทน สายป่านยาว ศึกษาข้อมูลทั้งชนิดที่จะปลูกเทคโนโลยีและตลาดที่ชัดเจน อย่าเชื่อข้อมูลที่ไม่ได้ตรวจสอบด้วยตัวเองเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะกลายเป็นแมลงเม่าเข้ากองไฟ

การจัดดอกทรงโค้งนูน

จัดดอกไม้ทรงโค้งนูน
แบบแรกทรงโค้งนูนสำหรับวางบนโต๊ะประชุมหรือโต๊ะอาหารหรืออื่นๆ จะใช้ดอกกุหลาบแดงแซมด้วยดอกคัตเตอร์ ใบโปร่งฟ้า และมีใบหมากพู่ ยากเหมือนกันอะ เวลาปักให้ได้รูปโค้งและให้เป็นธรรมชาติด้วย (เหงื่อหยดเลย)
aPicture 004

แบบที่สองออกแนวน่ารัก ใช้แก้วไวน์และดอกคาร์เนชั่นสีชมพูใส่นม เราชอบแบบนี้เป็นการส่วนตัว น่ารัก

IMG_4536

เริ่มจากจัดแบบทรงโค้งนูนก่อน เตรียมดอกไม้และอุปกรณ์ ดอกกุหลาบแดง

IMG_4520

ดอกคัดเตอร์

IMG_4521

ดอกคาร์เนชั่นสำหรับจัดแบบที่สอง

IMG_4524

วัสดุอุปกรณ์อื่นๆ กระดาษแก้ว ลวด สก๊อตเทป คัดเตอร์ กรรไกรตัดดอกไม้

IMG_4522

รอบนี้มีตัวช่วยฐานหมุนได้ อ่อ ใช้ใบหมากพู่และใบโปร่งฟ้าด้วยนะ

IMG_4523

มาห่อโอเอซิสที่แช่น้ำทิ้งไว้แล้วด้วยกระดาษแก้วสีแดงใส แล้วแบะ (คลี่) ออกมา

IMG_4525

ต่อไปเริ่มทำโครงสร้างให้เป็นทรงโค้งก่อน เริ่มจากงอใบหมากพู่ติดด้วยสก๊อตเทป แล้วปักลงไปสามอันตรงกลางข้างบน และใบตรงสองด้าน แบบนี้

IMG_4526

ต่อไปปักดอกกุหลาบให้เป็นโครงสร้างโค้ง ใช้ 25 ดอก นี่แหละยากสุด

IMG_4528

พอได้โครงสร้างโค้งนูนแล้ว ก็ปักดอกมัม ใบโปร่งฟ้า ดอกคัตเตอร์ ให้อยู่ในทรงเดิมของมัน ค่อยๆ ปักให้กระจายก่อนแล้วค่อยปักให้เต็ม ปักทีละชนิดดอกไม้นะ

IMG_4531

แล้วทำโบติด ออกมาละ ในรูปดอกมัมกับคัตเตอร์ดูน้อยหน่อย แต่ก่อนส่งอาจารย์ก็ปักเพิ่มแล้ว

IMG_4544

สองด้านไม่เท่ากัน ถ้าวางบนโต๊ะที่โชว์ด้านเดียวก็จะสวย แต่ถ้าวางกลางโต๊ะ มันจะเห็นอีกด้านไม่เท่ากัน อาจารย์บอกว่าด้านที่ไม่ได้ติดโบสวยกว่า กลับบ้านมาเลยย้ายโบมาไว้ด้านสวยแ้ล้วตั้งโต๊ะพระโชว์ด้านดีแทน
aPicture 004


aPicture 005

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิธีการห่อช่อดอกไม้แบบง่าย



วิธีการห่อช่อดอกไม้
ปัจจุบัน การห่อช่อดอกไม้  มีรูปแบบเปลี่ยนใหม่เกิดขึ้นเสมอ  บ้างก็ขึ้นกับความสะดวก  ดีไซค์  ไอเดีย  แต่วันทาง  ขอเสนอการห่อช่อดอกไม้แบบขั้นพื้นฐาน  ง่ายก่อนนะค่ะ  จากวัสดุเราเห็นกันบ่อย  เลือกมาเสนอ แบบค่ะ
  • วิธีห่อช่อดอกไม้ด้ายผ้าป่านฟิลิปปินส์  2  สี
  • วิธีห่อช่อดอกไม้ด้วยผ้าตาข่ายและแผ่นพลาสติก
  • วิธีห่อช่อดอกไม้ด้วยกระดาษสาเกาหลี  2  สี   
               
    1. ตัดผ้าป่านฟิลิปปินส์ สีเขียวอ่อน และ สีน้ำตาล เป็นสีเหลี่ยนจัดตุรัส โดยใช้  สีขียว 3 ชิ้น  และ สีน้ำตลาด 
                 2. ม้วนปลายผ้าป่านฟิลิปปินส์เข้ามานิดหน่อย แล้วจึงจับจีบรวบ
                 3. นำผ้าป่านฟิลิปปินส์ที่จับจีบรวบแล้วมาร่องด้านหลังช่อดอกไม้ที่ละข้างค่ะ อย่าลืมยึดด้วยเทปใสค่ะ
                 4. ด้านหน้าใช้ผ้าป่านฟิลิปปินส์สีน้ำตาล  วางให้ต่ำกว่าดอกไม้ทั้งซ้านและขวา
                 5. ตรงกลางช่อดอกไม้ด้านหน้า นำผ้าป่านฟิลิปปินส์ที่จับจีบมาวางประกบ 2 ชิ้น ยึดด้วยเทปใส
                 6.เพื่อ ให้ดูกลมกลืนให้เข้ากบผ้าป่านฟิลิปปินส์ แทนที่จะใช้ริบบิ้นต่วย แนะนำให้ผูกด้วยราเฟียสีเขียว ดูเก๋เป็น                   อีกแบบ ทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นค่ะ        



      วิธีห่อช่อดอกไม้ด้วยผ้าตาข่ายและแผ่นพลาสติก



1. วางแผ่นพลาสติก และนำผ้าตาข่ายมาวางทับซ้อนให้ปลายเกินขอบแผ่นพลาสติก 


และนำช่อดอกไม้วางตรงกลาง ยึดด้วยเทปใส

2. นำผ้าตาข่ายมาวางปิดด้านหน้าช่อ  โดยให้มุมผ้าตั้งขึ้น
3. ใช้แผ่นพลาสติกวางซ้อนด้านหลังช่อ โดยให้เอียงออกด้านข้างเล็กน้อย ทั้ง 2 ด้าน
4. นำผ้าตาข่ายพักครึ่ง วางปิดด้านหน้าจับจีบและยึดด้วยเทปใส
5. ผูกโบว์สีครัม  เพื่อให้สีดูกลมกลืนกับผ้าที่ใช้ห่อช่อดอกไม้



 วิธีการห่อช่อดอกไม้ด้วยกระดาษสาเกาหลี  2  สี

1. นำกระดาษสาสีเข้ม มาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม  แล้วพับครึ่งจับจีบ วางที่ด้านข้างช่อดอกไม้ยึดด้วยเทปใส
2. พักครึ่งจับจีบกระดาษสาสีอ่อน วางซ้อนกระดาษสาสีเข้มเล็กน้อย  ยึดด้วยเทปใสและใช้กระดาษสีเข้มสลับกับสีอ่อน ทำเหมือนวิธีทำตอนแรกจนครบ สีละ 2 แผ่น
3. สำหรับก้านถือให้ใช้กระดาษสีเข้มหรืออ่อนปิดก้าน พันด้วยเทป และตกแต่งริบบิ้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย


การตกแต่งดอกไม้ทรงพุ่ม

              การตกแต่งดอกไม้ทรงพุ่ม



                             
    โทปิอารี่ (Topiary) เป็นศิลปะการตกแต่งไม้พุ่มให้เป็นรูปทรงต่างๆ โดยเฉพาะรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปสี่เหลี่ยม รวมทั้งการตกแต่งให้เป็นรูปคน สัตว์ หรือสิ่งของต่างๆ ซึ่งศิลปการตกแต่งดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมตั้งแต่ยุคโบราณจนกระทั่งถึง ปัจจุบันนี้และต่อมานักจัดดอกไม้ก็ได้นำศิลปะการจัดโทปิอารี่มาใช้ในการจัด ดอกไม้ด้วย โดยโทปิอารี่ที่จัดง่ายที่สุดคือรูปทรงกลม และดอกไม้ที่จัดโทปิอารี่ได้สวยที่สุดก็คือ ดอกกุหลาบนั่นเอง

                                           

การจัดดอกไม้รวมให้ออกมาดี คือ ดอกไม้แต่ละแบบต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน และการส่งเสริมกันนี้ จะทำให้ความงามของดอกไม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น



                                                 


    สีโทนอ่อนเป็นสีเย็นตา เช่น สีขาว มักใช้ในโอกาศสำคัญเกี่ยวกับทางศาสนา เช่น งานแต่ง ดอกไม้สีขาวเป็นทางเลือกคลาสสิค ความงามตามธรรมชาติของดอกไม้สีอ่อน ทำให้ดูดี



                                                
   
    การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ ต้องการภาชนะที่ใหญ่และหนัก ภาชนะที่ใช้อาจจะเป็นแจกันขนาดใหญ่ โอ่งขนาดเล็กหรือกลาง หรือง่าย ๆ ถังสีที่คุณใช้แล้ว ทำความสะอาดสักหน่อย ก็จะให้ความสวยที่ไม่แพ้กับแจกันราคาแพง ยิ่งเป็นการจัดดอกไม้ใหญ่เท่าไร ความสำคัญของภาชนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นจุดสนใจด้วย


                                                

     

การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่ ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่นเป็นอันมาก โดยมีอิทธิพลของจิตรกรเป็นส่วนประกอบด้วย เพราะลักษณะรูปแบบในการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่ มีทีท่าส่อไปในรูปแบบที่คำนึงถึงความง่าย ความสะดวก เช่นเดียวกับการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ไม่พิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุการจัดและอุปกรณ์แต่อย่างได หากแต่ว่าได้เน้นหนักไปในทางที่จะต้องทำให้ได้ส่วนสัมพันธ์และรับกันกับแบบ ของเครื่องเรือนหรือลักษณะและรูปแบบของห้องที่นำมันไปประดับเป็นส่วนประกอบ มากกว่าอื่นใดทั้งหมด

ความสวยงามละลานตาตามคติเก่าๆ ในการจัดดอกไม้ แทบจะไร้ความหมาย สำหรับการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่นี้ เหตุนี้เอง หลักสำคัญในการจัดดอกไม้แบบนี้จึงขึ้นอยู่กับแนวหรือเส้นของรูปพรรณ อันเป็นผลทำให้ไม้และใบไม้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าดอกไม้เสียด้วยซ้ำ

การคำนึงในเรื่องของสีได้เป็นสิ่งที่พึงระมัดระวังเป็นกรณี พิเศษทีเดียว เพราะรสนิยมของคนในสมัยใหม่นั้น ส่วนมากมักไม่ใคร่ชอบสีที่ตัดกันอย่างแท้จริง หากแต่ชอบสีที่กลมกลืนคล้ายคลึงกันมากกว่า เช่น ห้องสีแดง ก็มักจะจัดดอกไม้สีแดงแก่หรืออ่อน หรือสีชมพู หรือสีส้ม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองสามอย่างควบคู่กัน ทั้งนี้ต้องแล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น แม้การเลือกสีจะเป็นสีที่มีโทนเดียวกัน แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของสีอีกด้วย กล่าวคือ มักจะไม่นิยมใช้สีที่สดกว่า หรือแก่กว่ากันจนเกินไป ถ้าสมมุติว่า ห้องนั้นเป็นสีอ่อนหรือสีจางๆ ก็มักจะต้องใช้ดอกไม้สีอ่อนหรือจางด้วย จะเข้มกว่าหรือจางกว่าก็เพียงเล็กน้อย ไม่แตกต่างกันจนเกินไปนัก